Friday, 13 December 2019

[3 Top List 2019!] รวมวิธีแก้จมูก เบี้ยว เอียง บาน แก้ไม่จบควรเช็คและอ่านก่อนตัดสินใจทำ

17 Oct 2019
125

รวมวิธีแก้จมูก เบี้ยว เอียง บาน

จมูกเบี้ยวเอียงไม่ได้รูป ล้วนแต่เป็นปัญหาที่เราไม่ปรารถนาทั้งสิ้น และแน่นอนว่า ความจริงที่เราไม่อาจปฏิเสธคือ ความสวยงามของจมูกเพียงอย่างเดียวบนใบหน้าก็สามารถทำให้เราดูดีขึ้นได้อีกหลายเท่าจึงไม่น่าแปลกใจว่าสมัยนี้ใครๆต่างก็สรรหาคลินิกศัลยกรรมความงามเพื่อแก้ไขปัญหา กลับแต่งเสริมเพิ่มเติมจมูก ให้สวยงามและดูดีขึ้น

ปัญหาที่เกิดจากจมูก ไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียวหรือ 2 รูปแบบเท่านั้น โดยหลักๆแล้ว ปัญหาที่เรามักจะพบ คือ จมูกเบี้ยว จมูกเอียง จมูกบาน ปีกจมูกใหญ่ ไปจนกระทั่งปัญหาจมูกสั้นไปยาวไป และที่แน่นอนที่สุด คือปัญหาดั้งหรือสันจมูกเตี้ย ที่เราเรียกกันว่าไม่มีดั้งจมูกนั้นเอง

ไม่ว่าคุณกำลังจะแก้ไขปัญหาจมูกของคุณในกรณีใดก็ตาม เชื่อได้เลยว่า คุณจะสามารถเปลี่ยนใบหน้าจากหน้าตาธรรมดาให้ดูดีขึ้นได้ ทั้งนี้ สิ่งที่สำคัญที่เราจะต้อง พิจารณาก็คือ ปัญหาจมูกของเราคือปัญหาใด และสาเหตุหลักของปัญหาที่ทำให้เกิดความผิดเพี้ยนไม่สวยงามคืออะไร แน่นอนว่าเรื่องราวนี้มันจะทำให้คุณแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ทำให้ ไม่ต้องไปทำการแก้จมูกหลายรอบแบบไม่จบสิ้น

และเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับใครหลายๆคน ที่ไปทำจมูกมาแล้วต้องพบปัญหากระดูกผิดรูปไม่เป็นธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นปลายเบี้ยวโคนเบี้ยว หรือสันดานอย่างสูงเกินไปไม่เป็นธรรมชาติและอีกมากมายหลากหลายปัญหาที่เกิดจากการศัลยกรรมเสริมจมูก ซึ่งวันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักสาเหตุหลักของปัญหา ที่ทำให้เราต้องมา แก้จมูก กันทีหลังว่ามีอะไรบ้าง

4 สาเหตุหลักของปัญหาการ ” แก้จมูก ” ต้นๆ เกิดจากอะไร?

ขอบคุณคำบอกเล่าประสบการณ์แก้จมูกจากช่อง : Ployladda

1. จมูกเบี้ยว

สาเหตุหลักของการเกิดปัญหาจมูกเบี้ยวมีหลายสาเหตุด้วยกัน คือ ฐานจมูกเดิมที่มีมาตั้งแต่เกิด มีความคดมีความเสี่ยงอยู่แล้วเป็นทุนเดิมเมื่อเสริมซิลิโคนเข้าไปจึงทำให้ซิลิโคนเอียงตามฐานเดิม กระดูกบริเวณส่วนกลาง จมูกโหนกนูนขึ้นมาเมื่อวานแท่งซิลิโคนจึงทำให้เกิดการเลื่อนและเอียงในที่สุด

ศัลยแพทย์ตกแต่งซิลิโคนยาว เกินพอดีจนทำให้ซิลิโคนนั้นเทน้ำหนักเอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่งบางกรณีอาจจะเกิดปัญหาซิลิโคนทะลุ ได้ด้วย โพรงจมูกไม่เท่ากันทำให้เกิดความชันของจมูกที่ไม่เท่ากันเป็นสาเหตุหลัก ที่ทำให้เวลาเสริมซิลิโคนเข้าไป ทำให้ซิลิโคนนั้นเบี้ยวตาม

2. จมูกเอียง

ลักษณะของจมูกเอียง อาจมีสาเหตุมาจากบริเวณหว่างคิ้วและหัวตาเอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่ง เรียกว่าปัญหาโคนเอียง รวมไปถึง ปัญหาปลายจมูกเอียง คือบริเวณโคนจมูกเป็นปกติแต่ส่วนปลายจมูกเอียง และสุดท้ายคือเอียงทั้งแท่ง จะค่อนข้างเห็นได้อย่างชัดเจน ว่าสันจมูก ไม่ได้ถูกจัดวางในลักษณะทำมุม 90 องศา

ปัญหาต่างๆเหล่านี้เกิดจากการทำศัลยกรรมเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคน ทั้งสิ้น ซึ่งอาจจะเป็นเพราะแพทย์ไม่มีความเชี่ยวชาญเพียงพอ หรือเกิดจากการเหลาซิลิโคนไม่ได้รูปไม่สมส่วนเป็นต้น

3. จมูกบาน

ปัญหาจมูกบาน ถือว่าเป็นปัญหาดั้งเดิมที่เป็นลักษณะเฉพาะบุคคลหรือเป็นกรรมพันธุ์ ผู้ที่มีจมูกบานมักจะมีลักษณะจมูกคล้ายกับลูกชมพู่ คือสวนโคนจมูกค่อนข้างเล็ก ส่วนปลาย ส่วนโพรงจมูกค่อนข้างบานออก ทำให้มีปัญหาปีกจมูกใหญ่

ผู้ที่มีลักษณะจมูกบาน เวลาเสริมซิลิโคนเข้าไป มักจะมีจมูกที่ใหญ่ขึ้นไม่ได้รูปเท่าที่ควร ดังนั้นส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะแนะนำการตัดปีกจมูกร่วมด้วย

4. เสริมจมูกครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ

ปัญหานี้เป็นปัญหาที่หลายคนมักจะพบเจอ ว่าด้วยเรื่องการ เสริมจมูก ครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จมีสาเหตุมาจากหลายเรื่องและมีปัญหาหลายอย่างเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นปัญหาจมูกเบี้ยว ปัญหาปลายจมูกสั้นหรือยาวเกินไป ปัญหาดั้งจมูกสูงเกินไปไม่เป็นธรรมชาติ รวมถึงทรงจมูกให้เข้ากับรูปหน้า นอกจากนี้ปัญหาที่มักจะเจอกันในตอนหลังจากเสริมจมูกไปสักระยะ คือจะพบว่าปลายจมูกค่อนข้างบางลง จนแทบจะเห็นซิลิโคนด้านใน ทำให้หลายคนกลัวว่าซิลิโคนจะทะลุออกมา

ปัญหาต่างๆ เหล่านี้คือความไม่ประสบผลสำเร็จอันอาจเนื่องมาจาก การวินิจฉัยและการวางแผนในการเสริมจมูกผิดพลาด รวมทั้งเมื่อระยะเวลาผ่านไปโครงสร้างของใบหน้าผิวเนื้อชั้นในคอลลาเจนอีลาสตินมีการเปลี่ยนแปลง จนทำให้ส่งผลถึงรูปทรงของจมูก รวมไปถึงการขาดการดูแลตัวเองอย่างถูกต้องของผู้เข้ารับการรักษา เป็นต้น หลายคนจึงต้องแก้ไขปัญหาด้วยการแก้จมูกรอบสอง

 

แก้จมูกด้วยวิธีแบบไหนดี และเหมาะสมที่สุด

การ แก้ไขจมูก ส่วนต่างๆ ที่เกิดปัญหาจากการทำจมูกครั้งแรก ส่วนใหญ่แพทย์จะทำการผ่าตัดแบบเปิด (Open Rhinoplasty) แล้วเอาซิลิโคนเก่าออก รวมถึงการลอกเอาพังผืดออกพร้อมปรับโครงสร้างจมูกใหม่โดยใช้เทคนิค และนวัตกรรมทางการแพทย์ ซึ่งในกรณีที่ผู้เข้ารับการรักษาไม่มีอาการติดเชื้อสามารถใส่ซิลิโคนใหม่เข้าไปได้เลย แต่ถ้าหากมีอาการติดเชื้อร่วมด้วยแพทย์จะทำการรักษาอาการติดเชื้อให้หาย ก่อนทำการแก้ไข จมูก

ข้อดี : วิธีการผ่าตัดแบบเปิด เป็นวิธีการ ที่เหมาะสมกับการแก้ไขจมูก เพราะแพทย์สามารถปรับทรงจมูกให้สมดุล โดยการปรับจากใหญ่ให้เล็กปรับจากสั้นให้ยาว หรือเหลาจมูกให้เรียบขึ้น แก้ไขความคดงอให้ตรงได้ รวมไปถึงสามารถแก้ไขรูปหน้า โดยการปรับรูปทรงของจมูกให้เหมาะสม

ข้อเสีย : ระยะเวลาพักฟื้นเพื่อตัดไหมจะนานกว่าการทำจมูกแบบธรรมดาและบริเวณฐานจมูก จะปรากฏรอยแผลที่เห็นได้ชัด ต้องอาศัยเวลานานกว่าแผลจะหายทั้งยังมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงเนื่องจากเป็นเคสแก้งาน จึงต้องทำด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ

 

สิ่งที่ควรต้องรู้และทำความเข้าใจก่อนแก้จมูก

สาเหตุหลักของปัญหาการแก้จมูก

การแก้ไขจมูกถือว่าเป็นการศัลยกรรมที่มีความยากมากกว่าการทำศัลยกรรมครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเนื้อเยื่อภายในโพรงจมูกและการอักเสบในบางกรณีซึ่งเป็นข้อจำกัดของการแก้ไขทำให้ศัลยกรรม มีความยากขึ้น ยังรวมไปถึงความเสี่ยง ที่เพิ่มขึ้นตามมาเป็นเงาตามตัว ดังนั้น สำหรับการแก้ไขทางการแพทย์ คนไข้ต้องทำความเข้าใจว่าไม่มีอะไรที่เป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ หมายความว่า คนไข้ต้องทราบข้อจำกัดต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้และผลลัพธ์ที่ไม่ได้เป็นไปตาม ตัวอย่างหรือ Reference อ้างอิงที่ตัวเองต้องการ 100%

1. วิธีเช็คว่าจมูกเบี้ยว หรือ เอียงไหม?

วิธีการตรวจสอบว่าจมูกเบี้ยวหรือเรียงง่ายๆสามารถทำได้ด้วยตัวเองโดยการสังเกตจุดกึ่งกลางระหว่างคิ้วหัวตาและจุดกึ่งกลางของปลายจมูก ควรจะอยู่กึ่งกลางปากด้านบน หรืออีกวิธีการ สามารถเงยหน้า ดูในกระจก เราจะมองเห็นโพรงจมูกและปลายจมูก ที่ไม่ตรง ได้อย่างชัดเจน ซึ่งหากพบในลักษณะนี้ถือว่าเป็นปัญหาปลายจมูกเบี้ยวนั่นเอง

2. อาการที่มักเกิดขึ้นได้หลังการแก้จมูก ในช่วง 1-7 วันแรก

ช่วง 1-7 วันแรกเป็นช่วงระยะเฝ้าระวังอันตราย เพราะมีโอกาสที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายเนื่องจากร่างกายค่อนข้างอ่อนแอ โดยระยะนี้จะมีอาการที่เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือจมูกจะบวมแดงอยู่ประมาณ 2-3 วัน ความหนักเบาของอาการบวมแดงขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญและน้ำหนักมือในการทำศัลยกรรมของแพทย์หลังจากนั้นอาการบวมแดงจากค่อยๆหายไปและยุบตัวลง แต่ถ้าหากไม่เป็นไปตามนี้ แต่มีอาการบวมแดงขึ้นที่มุมหัวตาสันนิษฐานได้เลยว่าอาจจะเกิดการติดเชื้อขึ้นต้องรีบกลับไปพบแพทย์ทันที

3. วิธีสังเกตอาการจมูกติดเชื้อ หลังทำศัลยกรรม

อาการจมูกติดเชื้อหลังทำศัลยกรรมเกิดจากหลายสาเหตุได้แก่ คนไข้ ทานอาหารแสลงประเภทของหมักดอง เกิดจากการสัมผัสบ่อยๆ และอาจจะเกิดจากการกระทบกระเทือนจากการไอหรือจามอย่างรุนแรงจนทำให้แผลกระแทกทำให้เกิดการอักเสบ

วิธีการสังเกตง่ายๆคือแผลบริเวณจมูกจะบวมแดงและมีอาการปวดในบางเวลา อาจจะมีน้ำขุ่น หรือ น้ำหนองไหลออกมาจากแผล อาการนี้จะเกิดขึ้นได้ภายใน 1 เดือนหลังจากทำศัลยกรรมส่วนอาการบวมถือว่าเป็นอาการปกติเราสังเกตอย่างน้อย 1 เดือนอาการบวมจะหายไปอย่างเห็นได้ชัดเจนจนเกือบเป็นปกติ แต่ถ้าหากบวมนานกว่า 1 เดือน ให้ตั้งข้อสังเกตได้อีกอย่างว่าอาจจะเกิดการติดเชื้อในโพรงจมูกหรือบริเวณแผลให้รีบพบแพทย์โดยด่วน

ข้อปฏิบัติการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดแก้ไขจมูก

  • หยุดทานยา ที่มีผลต่อระบบไหลเวียนเลือดหรือทำให้เลือด ลดการแข็งตัวไม่ว่าจะเป็นวิตามิน E aspirin ยาคุมกำเนิดและยาฮอร์โมนประเภทต่างๆควรงดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการรักษา ทั้งนี้ในกรณีที่มีโรคประจำตัวหรือ กำลังอยู่ระหว่างการรักษาให้แจ้งแพทย์ทราบ ( โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวานและไทรอยด์)
  • หยุดสูบบุหรี่อย่างน้อย 3 วันล่วงหน้าและแจ้งเจ้าหน้าที่รวมถึงศัลยแพทย์ทราบ ถ้าหากมีไข้เพื่อตรวจเช็คระบบทางเดินหายใจ ไม่เช่นนั้นอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย
  • อาบน้ำด้วยสบู่อ่อน ก่อนวันผ่าตัดและถอดคอนแทคเลนส์รวมถึงเครื่องประดับและของมีค่า ไม่ควรทาสีทาเล็บและไม่ควรแต่งหน้าก่อนเข้ารับการรักษา
  • ห้ามรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม อย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด แล้วอย่างน้อย 8 ชั่วโมงหากเป็นกรณีดมยาสลบ
  • เตรียมเสื้อผ้าที่สวยงามใส่ง่ายสามารถถอดได้ง่ายไม่ควรสวมเสื้อยืดเนื่องจากเวลาสวมหรือถอดอาจจะไปโดนสันจมูกเข้าโดย ไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เกิดโอกาส ในการบวมแดงและอักเสบของจมูกมากขึ้น

การดูแลหลังศัลยกรรมแก้จมูก อย่างถูกวิธี

วิธีการดูแลตัวเองหลังจากการทำศัลยกรรมแก้จมูกซึ่งเป็นวิธีที่จะช่วยลดการบวมแดงได้ดีมากที่สุดดังนี้

  • ไม่ควรจับหรือสัมผัสบริเวณจมูกและแผลผ่าตัด โดยเฉพาะการจับหรือสัมผัสที่เส้นไหม
  • หลังจากผ่าตัดประมาณ 1-2 วันอาจจะมีเลือดซึมออกมาจากแผล การดูแลง่ายๆให้ใช้คัตตอนบัต เช็ดออกอย่างเบามือ จากผิวภายนอกจมูก
  • ระยะเวลา 1 เดือนควรหลีกเลี่ยงการใส่แว่นทุกประเภทและหยุดสูบบุหรี่รวมถึงหยุดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
  • ในช่วง 1-7 วันแรกอาจจะมีอาการปวดบริเวณแผลซึ่งจะแตกต่างกันไปแล้วแต่บุคคล สามารถระงับอาการปวดโดยการทานยาตามแพทย์สั่ง
  • ประคบเย็นบริเวณ ที่ทำการผ่าตัด หลังจาก 1 วันหลังจากการผ่าตัดจะช่วยลดบวมได้ดี
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหนักทุกกรณีเป็นเวลา 1 เดือน

 

ขอบคุณรูปภาพจาก:
www.sanook.com