Wednesday, 25 November 2020

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร? เลือกทำยี่ห้อไหนดี อันตรายไหม ยี่ห้อไหนดี กี่วันเห็นผล !

ฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร? ช่วยอะไรได้บ้าง?

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ได้โดยไม่ยุ่งยาก เพียงแค่เติมใต้ตาให้เต็มขึ้น ริ้วรอยใต้ตาลดน้อยลงก็สามารถช่วยให้ใบหน้าเราดูสดใสขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ อีกทั้งกรรมวิธียังมีความสะดวกรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ไม่เจ็บตัว และไม่เสียเวลาพักฟื้นอีกด้วย บทความวันนี้มีข้อมูลดี ๆ ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามาฝากแด่ผู้อ่านทุกท่านครับ 

ฟิลเลอร์ใต้ตา

เลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ไหนดี?

  • เลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากับคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และต้องมีใบอนุญาตรับรองเท่านั้น
  • สถานที่ตั้งของคลินิก สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก และมีที่จอดรถเพียงพอ เพื่อที่ว่าหากเกิดปัญหาขึ้นคนไข้จะสามารถเข้ามาติดต่อคลินิกได้อย่างทันท่วงที
  • เลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากับคุณหมอที่มีประสบการณ์ทางด้านฉีดฟิลเลอร์โดยตรง ซึ่งคุณหมอต้องมีใบประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้องด้วย
  • ศึกษารีวิวที่เป็นข้อมูลในรูปแบบคลิป VDO และรูปภาพของผู้ที่เคยเข้ารับบริการจริงจากคลินิกที่เรากำลังสนใจให้ดีก่อน คลินิกที่ดีควรมีข้อมูลรีวิวเปรียบเทียบแบบก่อนทำ และหลังทำ เพื่อให้เห็นถึงผลการรักษารวมถึงลักษณะการจัดการ และความรับผิดชอบเมื่อมีปัญหาหรือมีเคสหลุดเกิดขึ้น 

ริ้วรอยใต้ตา และความหมองคล้ำใต้ตา เกิดจากอะไร?

ผู้ที่มีใต้ตาดูลึก มีร่องบริเวณใต้ตา มีสาเหตุเกิดจากกระดูกบริเวณใต้ตาเกิดการยุบตัวลง ทั้งส่วนที่อยู่ใกล้ร่องน้ำตา และส่วนที่อยู่ตรงเบ้าตา ซึ่งอาจยุบลงทั้ง 2 ส่วน หรือยุบตัวลงเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งก็เป็นได้ ซึ่งวิธีการแก้ไขที่เหมาะสมที่สุดควรให้คุณหมอเป็นผู้ตรวจวิเคราะห์ก่อนเสมอ

นอกจากนี้ หลายคนที่ยังอายุน้อยแต่ก็พบว่ามีปัญหาความหมองคล้ำ ถุงใต้ตา และร่องใต้ตาได้เหมือนกัน เช่น เป็นโรคภูมิแพ้ เกิดจากพันธุกรรม หรือการเจริญเติบโตที่ไม่ดีของกระดูกส่วนใต้ตาและเบ้าตา ส่วนคนที่เผชิญปัญหาริ้วรอยใต้ตา กล้ามเนื้อรอบดวงตาหย่อนยาน มักมีสาเหตุเกิดจากการใช้สายตาอย่างไม่ถูกต้องเหมาะสม 

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อันตรายไหม?

หากฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาโดยเลือกใช้ฟิลเลอร์แท้เท่านั้น จะมีความปลอดภัยสูง เพราะสามารถละลายออกไปได้เองตามธรรมชาติถึง 99% ส่วนที่เหลืออีก 1% คือส่วนที่ร่างกายของเราสร้างคอลลาเจน อีลาสตินขึ้นมาเอง แม้สารเติมเต็มที่ฉีดเข้าไปจะสลายไปแล้วแต่คอลลาเจนที่เราสร้างขึ้นก็ยังคงอยู่ สภาพใต้ตาจึงดูดีกว่าสมัยที่ยังไม่ได้ฉีด นอกจากนี้ เราควรเลือกฉีด filler ใต้ตากับคุณหมอที่มีเทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง แม่นยำ ซึ่งจะปลอดภัยอย่างแน่นอน 

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา มีความเสี่ยงที่จะทำให้ตาบอดได้จริงไหม?

หากเราเลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา กับคลินิกที่มีใบรับรอง ได้มาตรฐาน และแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ย่อมไม่ต้องกลัวว่าฉีดแล้วจะทำให้ตาบอด เนื่องจากปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วยส่งเสริมให้การฉีด filler มีความปลอดภัยมากขึ้นกว่าในอดีต

ถ้าเราอยากฉีดฟิลเลอร์ให้ปลอดภัย ไม่มีความผิดพลาดจนเกิดตาบอดได้ในภายหลัง ควรระมัดระวังดังนี้

  • ก่อนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ควรตรวจสอบให้ดีก่อนทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าทางคลินิกไม่ใช้ฟิลเลอร์ปลอมในการฉีด
  • แพทย์ที่ฉีดให้จะต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านฉีดฟิลเลอร์ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่จะฉีดไปโดนเข้ากับหลอดเลือด 

ประโยชน์ของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา?

วิธีหนึ่งของชะลอวัยด้วยการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา สามารถช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลงได้ โดยช่วยในเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • ช่วยแก้ปัญหารอยตีนกา ริ้วรอยร่องลึก หรือรอยเหี่ยวย่นที่อยู่บริเวณรอบดวงตา รวมถึงบริเวณใต้ตา ให้ดูตื้นขึ้น
  • ช่วยให้ผิวหนังบริเวณใต้ตาดูสว่างสดใสยิ่งขึ้น ลดปัญหาวงคล้ำรอบดวงตา รวมถึงใต้ตาและขอบตาดำคล้ำ
  • ช่วยลดปัญหาถุงใต้ตา รวมถึงใต้ตาหย่อนคล้อย เมื่อถุงใต้ตาลดลงจะช่วยให้ร่องใต้ตาและริ้วรอยดูจางลง
  • แก้ปัญหาตาโหล เบ้าตาลึก ซึ่งมักเกิดในคนมีอายุ ที่มีการยุบตัวลงของกระดูกใต้ตา และเนื้อเยื่อมักเกิดการสลายตัว

ฟิลเลอร์ใต้ตา ใช้ยี่ห้อไหนดี?

ฟิลเลอร์ใต้ตา วิธีเลือกยี่ห้อ/รุ่น ที่แพทย์ได้ให้คำแนะนำไว้คือ ควรเป็นยี่ห้อที่มีเนื้อไม่ฟูมาก มีเนื้อละเอียด เมื่อฉีดแล้วคงรูป มิฉะนั้นจะออกมาไม่เป็นธรรมชาติ ตาอาจจะดูบวม ๆ เนื่องจาก บริเวณใต้ตาจะมีผิวหนังที่ค่อนข้างบางบริเวณอื่นบนใบหน้า ซึ่งต้องทำการฉีดอย่างพิถีพิถันมากเป็นพิเศษ  และยี่ห้อของ filler ที่มีคุณสมบัติเหมาะกับฉีดใต้ตา คือ

  1. Restylane
  2. Juvederm 

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ควรใช้กี่ cc ถึงจะเป็นธรรมชาติ?

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากี่ cc ถึงจะออกมาดี เป็นธรรมชาติที่สุดนั้น เราควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมินจึงจะแม่นยำมากที่สุด ซึ่งในเคสคนไข้ส่วนมากจะใช้ฟิลเลอร์ปริมาณ 1-2 CC ในการฉีดใต้ตาก็เห็นผลได้เป็นอย่างดี

แต่หากเป็นคนไข้สูงอายุที่มักจะมีการยุบตัวของกระดูกใต้ตา ส่งผลให้บริเวณใต้ตาดูลึกมาก แพทย์ก็จะเลือกใช้ปริมาณฟิลเลอร์ที่มากขึ้นไปอีกตามความเหมาะสม